‘ยูโรเปียน-แอลพีจีเอ’ จัดให้ ‘วิค โอเพ่น’ ชายหญิงชิงเงินเท่ากัน

สัปดาห์นี้มีทัวร์นาเมนต์กอล์ฟที่สำคัญรายการหนึ่งซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง ยูโรเปียน ทัวร์ กับ แอลพีจีเอ ทัวร์ ที่ชื่อ ไอเอสพีเอส ฮานดะ วิค โอเพ่น

แม้จะเป็นรายการที่มีเงินรางวัลน้อยที่สุดในตารางแข่งขัน แอลพีจีเอ ทัวร์ ด้วยจำนวนเพียง 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 35 ล้านบาท แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือไอเดียสำคัญที่อาจมีส่วนพลิกโฉมหน้าวงการกอล์ฟสตรีได้เหมือนกัน

ด้วยแนวคิดการให้โปรทั้งชายและหญิงลงแข่งขันในสนามเดียวกันโดยสัปดาห์นี้เล่นกันที่ บีช กอล์ฟ ลิงค์ส ที่ 13 ในวิคตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งก๊วนชายกับหญิงจะออกทีออฟสลับกันไปเรื่อยๆ ต่างคนต่างแข่งขัน โดยชิงเงินราวัลจำนวนเท่ากัน ถือเป็นรูปแบบการจัดที่ไม่เหมือนทัวร์นาเมนต์ไหนในโลก

วิค โอเพ่น อาจเป็นการส่งสัญญาณของความเชื่อว่าวงการกอล์ฟกำลังรอคอยความเท่าเทียบกันของการแข่งขันในทัวร์ระหว่างเพศหญิงกับชาย โดยเฉพาะเรื่องของเงินรางวัล

คาเรน ลุนน์ ซีอีโอของสมาคมกอล์ฟอาชีพสตรีออสเตรเลีย และอดีตแชมป์ วีเมนส์ บริติช โอเพ่น เมื่อปี 1993 กล่าวว่า “สำหรับนักกอล์ฟสตรีที่ลงเล่นรายการ วิค โอเพ่น พวกเธอจะได้เห็นบรรยากาศแข่งขันของบรรดาโปรผู้ชาย ซึ่งมีเงินรางวัลให้ชิงเท่ากับพวกเธอในสัปดาห์นี้ เป็นความรู้สึกของความยุติธรรมอย่างแท้จริง มันคือสัญญาณที่สำคัญเพื่อสะกิดให้ผู้คนหันมาสนใจประเด็นนี้กันมากขึ้น”

วิค โอเพ่น ในปีนี้ได้ ไอเอสพีเอส ฮานดะ องค์กรการกุศล เข้ามาเป็นสปอนเซอร์หลัก ขณะที่ ยูโรเปียน ทัวร์ กับ แอลพีจีเอ ทัวร์ ได้ตกลงกันยกเว้นเรื่องของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดทางโทรทัศน์ เพื่อปล่อยให้ Golf Channel ได้ถ่ายทอดสดการแข่งขันตลอดทั้งสี่วันอย่างเต็มอิ่ม

ดูโปรแกรมถ่ายทอสดได้ที่นี่ golfchannel.co.th/tv-schedule

‘โปรสายป่าน’ ปัณณรัตน์ ธนพลบุญรัศมิ์

ถือเป็นปีที่ 8 แล้วที่ พีจีเอ ทัวร์ ออฟ ออสเตรเลียเซีย กับ เอแอลพีจี สององค์กรกอล์ฟอาชีพทั้งฝ่ายชายและหญิงของแดนจิงโจ้ ร่วมกันจัดทัวร์นาเมนต์นี้เพื่อให้นักกอล์ฟทั้งชายและหญิงมีโอกาสเท่าเทียมกัน

“ผมคิดว่ามันคือไอเดียที่น่าสนใจมากๆ สำหรับวงการกอล์ฟ หากได้ผลตอบรับที่ดีก็น่าจะสามารถใช้กับที่อื่นๆ ในโลกได้ด้วย” แมตต์ กริฟฟิน โปรชาวออสซี แชมป์ วิค โอเพ่น เมื่อปี 2014 กล่าว

ข้อมูลที่น่าสนใจคือจำนวนเงินรางวัลรวมใน พีจีเอ ทัวร์ มีให้ชิงมากกว่า 340 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 10,880 ล้านบาทในปีนี้ ขณะที่ แอลพีจีเอ ทัวร์ มีเงินรางวัลรวมให้ชิงแค่ 70 ล้านเหรียสหรัฐหรือประมาณ 2,240 ล้านบาท ขณะนี้มีเพียงเงินรางวัลพิเศษ 1 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 32 ล้านบาทจาก Aon Risk Reward Challenge ซึ่งเก็บคะแนนแข่งขันกันทั้งปีเท่านั้นที่ให้เงินรางวัลเท่ากันสำหรับผู้ชนะทั้งใน พีจีเอ ทัวร์ และ แอลพีจีเอ ทัวร์

อย่างไรก็ดีสัปดาห์นี้มีโปรสาวแค่ 4 คนจากท็อป 50 ของโลกที่ร่วมแข่งขัน เช่นเกียวกับไม่มีผู้เล่นที่อยู่ในท็อป 50 ของโลกลงสนามเลยสำหรับฝ่ายชาย โดยสตาร์ที่น่าสนใจมีเพียงแค่ มินจี ลี แชมป์เก่า, จอร์เจีย ฮอลล์, ชาร์ลี ฮัลล์, แคร์รี เว็บบ์, ลอรา เดวีส์, พอลลา ครีเมอร์ และมอร์แกน เพรสเซล ของฝ่ายหญิง ส่วนฝ่ายชายมี เจฟฟ์ โอกิลวี, แอนดรูว์ จอห์นสตัน และ เรียว อิชากาวา

ในส่วนของโปรไทยสำหรับฝ่ายชายมีเพียงคนเดียวคือ ‘โปรแจ๊ส’ อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ ส่วนฝ่ายหญิงมีทั้งหมด 7 คน ได้แก่ ‘โปรจูเนียร์’ ธิฎาภา สุวัณณะปุระ, ‘โปรสายป่าน’ ปัณณรัตน์ ธนพลบุญรัศมิ์, ‘โปรแชมเปญ’ เฌอมาลย์ สันติวิวัฒนพงศ์, ‘โปรกิ๊ฟ’ เบญญาภา นิภัทร์โสภณ, ‘โปรแจน’ วิชาณี มีชัย, ‘โปรปริญญ์’ ปวริศา ยกทวน และ ‘โปรพิม’ พริมา ธรรมรักษ์