‘โปรเม’ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้ แอลพีจีเอ

เอรียา จุฑานุกาล เพิ่งสร้างหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แอลพีจีเอ

นอกจากครองบัลลังก์มือ 1 ของโลกแล้ว ยังคว้าแชมป์ Race to the CME Globe พร้อมเงินรางวัลโบนัส 1 ล้านเหรีญสหรัฐหรือประมาณ 32 ล้านบาท ตลอดจนรางวัล Vare Trophy ในฐานะผู้ทำสกอร์เฉลี่ยดีที่สุดด้วยตัวเลข 69.415, จบท็อป 10 มากที่สุด 17 รายการ, ทำเงินรางวัลสูงสุด 2,667,983 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 85 ล้านบาท และทำสถิติทำสกอร์เลข 60s มากที่สุด (57 รอบ) กับเบอร์ดี้สูงสุด (470 เบอร์ดี้)

ความจริงมีอยู่ช่วงหนึ่งระหว่างรอบสุดท้ายของการแช่งขัน CME Group Tour Championship (คืนวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ย. ตามเวลาบ้านเรา) ที่ โปรเม เสียตำแหน่งผู้นำ Race to CME Globe จากการคาดคะเนโดย แอลพีจีเอ หลัง บรูค เฮนเดอร์สัน ออกสตาร์ท 7 หลุมแรกมาทำ 3 เบอร์ดี้ พร้อมก้าวขึ้นรั้งจ่าฝูง Race to CME Globe แทน โปรเม

อย่างไรก็ดี โปรเม พลิกกลับมาแซงขึ้นนำด้วยการทำ 4 เบอร์ดี้จาก 6 หลุมในช่วงกลางของการแข่งขัน จนกระทั่งยึดแชมป์ Race to CME Globe อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดทันทีที่เธอได้เบอร์ดี้ที่หลุม 14 พาร์ 5 ในเวลาเดียวกับที่ เฮนเดอร์สัน เสียโบกี้ที่หลุม 16 พาร์ 3

“แน่นอนว่าเมอยากจะชนะทัวร์นาเมนต์ เมื่อมองดูถ้วยรางวัลทั้งหมด แน่นอนว่าเมอยากได้ทุกถ้วย หากสามารถทำได้” โปรเม ที่กวาดแชมป์ไปทั้งหมด 3 รายการในปี 2018 กล่าว “แต่การคิดถึงแต่ชัยชนะไม่ได้ช่วยให้ได้มันมา เหมือนอย่างปีที่แล้วที่เมเริ่มคิดถึงการเป็นมือ 1 ของโลก เมพยายามจะคว้าแชมป์ให้ได้เยอะๆ แต่กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ย่ำแย่ ดังนั้นปีนี้เป้าหมายหลักคือการพัฒนาด้านความคิด ซึ่งเมทำได้สำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในปีนี้”

ภาพจาก www.lpga.com